จ้องตากับกิเลส ตอน…นิสัยขี้อวด

วันนี้มีความคิดหนึ่ง
ที่ตกตะกอนขึ้นในหัว…

โดยเนื้อแท้ของเรา
เป็นชอบ show off
เวลาทำอะไรได้ดี
พื้นจิตมันอยากตะโกน
บอกให้โลกรู้ว่า…
ฉันเก่ง ฉันดี ฉันเยี่ยม

ซึ่งเป็นเวลาหลายเดือนมาแล้ว
ที่เรามองเห็นกิเลสตัวนี้และ
มีความปรารถนาที่จะไม่ตกเป็นทาส 
อยากเป็นอิสระจากมัน

เมื่ออยากกำจัดนิสัยขี้อวด
ทำให้ช่วงหลังเกิดความสับสนว่า…
เราควรจะแบ่งปันเรื่องอะไร 
หรือไม่ควรแบ่งปันเรื่องอะไร
บนโลก Social บ้าง

เราเริ่มจดบันทึกเวลา
แบ่งปันเรื่องราวลง Social
เรื่องนี้เรา Post เพราะอะไร
อยากเก็บความทรงจำ
อยากแบ่งปันเรื่องดี ๆ 
อยากประชาสัมพันธ์สิ่งดี ๆ 
หรือว่าแค่อยากอวด

หลาย Post ทน ไม่ยอม Post
ดูกิเลสมันบีบคั้น ไปนับวัน นับสัปดาห์
บางเรื่องท้ายที่สุดก็คลายไป
บางเรื่องท้ายที่สุดก็ทนไม่ไหว
ต้องขออวดสักหน่อย

เราทำเช่นนี้เรื่อยมาหลายเดือน
ประกอบกับช่วงหลังเรามีความเชื่อหนึ่ง
ที่เริ่มก่อร่างสร้างตัวขึ้นในใจ

ความเชื่อนั้นคือ…
ถ้าเราอยู่กับสิ่งไหนได้นาน
จนเราค่อย ๆ สั่งสม บ่มเพาะ
ศักยภาพ จนทำสิ่งนั้นได้ดี
นั่นคือสิ่งเราควรทำ
เรามองไปถึงว่า…มันคือหน้าที่
เพราะผลลัพธ์ที่ดีจากการทำสิ่งนั้น
มันจะสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนได้มาก

เมื่อคิดได้ดังนี้…
ความคิดที่อยากจะ
เผยแพร่ เพื่ออวดว่า
เราทำได้ เราทำดี
เราภูมิใจกับตัวเองมาก
จนต้องบอกให้ใครสักคน
บนโลกได้รู้…ก็ลดน้อยถอยลงไป

ความรู้สึกที่เหลือในจิตใจคือ…
เราแค่อยากบอกให้โลกรู้
ผ่านผลงานของเราว่า…
เราทำสิ่งนี้ได้ดีนะ

เราบอกเพราะว่า…
เผื่อใครสักคน
ที่เดินผ่านมาเห็นว่า
เราทำสิ่งนี้ได้ดี
จะเป็นโอกาสให้เรา
ได้ทำสิ่งเหล่านั้นมากขึ้น
เกื้อกูลสังคมที่เราอยู่ได้มากขึ้น

มันคือเปิดโอกาสให้เรา
สร้างประโยชน์จากสิ่งที่เรา
ทำได้ดีได้มากขึ้น
การทำสิ่งนี้จึงเป็นการเสริมสร้าง
ยกระดับระบบนิเวศในสังคม
ที่เราอยู่ สังคมที่ผู้คนต้องพึ่งพา
อาศัยซึ่งกันและกัน ด้วยการ
นำความสามารถตนมาแลกเปลี่ยน
ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน

เมื่อคิดได้เช่นนี้…สมดุลทางใจจึงเกิด
เรามั่นใจที่จะเผยแพร่ผลงานมากขึ้น
เรามั่นใจว่าการเผยแพร่ของเรา
ที่เป็นไปเพื่อส่งเสริมกิเลสตนนั้นลดลง
แต่เป็นการบอกให้โลกได้รู้ว่า…
เราทำอะไรได้ เพื่อที่จะได้มีโอกาส
ได้ทำสิ่งนั้นมากขึ้น

แปลกดีเมื่อคิดได้เช่นนี้…เผยแพร่แล้ว
ใจกลับสงบที่ได้เผยแพร่
ไม่เหมือนกับเมื่อก่อน
ที่ใจจะรู้สึกร้อนรุ่มจะรอคอยว่า…
มีใครมาดู มาอ่าน มาชมบ้าง

ยังมีกิเลสอีกหลายตัว…
ที่เราจ้องตามันอยู่
อย่างที่บอกว่า…
เป็นเวลาหลายเดือนแล้ว
ที่เราจดบันทึกอาการกายใจ
เวลากิเลสผุดขึ้นเราจดบันทึก
เราคอยสังเกต คอยศึกษา
และวิจัยกิเลสเหล่านั้น
อะไรคือตัวกระตุ้น❓
อะไรทำให้มันคลายไป❓
เราจัดการมันในแต่ละครั้งอย่างไร❓

การทำเช่นนี้ทำให้เรา
รู้จักกิเลสของเราได้ดีขึ้น
และบทความวันนี้คือ…หนึ่งใน
ผลลัพธ์ของการทำวิจัยกิเลสตน

ทุกวันนี้หนึ่งในเหตุผล
ของการมีชีวิตอยู่ของ อิคิ ∙ 生き
ก็คือ…การขัดเกลาตัวเอง
ไปวันละเล็กละน้อยค่ะ
ทุกวัน อิคิ ∙ 生き ขอให้…
วันนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน
ถ้าไม่ดีกว่าก็ขอให้ไม่แย่กว่า
แต่ถ้าเผลอทำตัวแย่กว่าจริง ๆ
ก็ขอให้เรารู้ตัวได้ไวค่ะ จะได้ไม่แย่นาน

หวังแค่เพียงว่า…วันสุดท้ายที่เราจากไป
อย่างน้อยเราก็เป็นมนุษย์ที่ดีกว่า
วันแรกที่เราเกิดมาบนโลกใบนี้
แค่นี้ อิคิ ∙ 生き ก็ถือว่า
คุ้มค่ามากแล้วค่ะที่ได้เกิดมา

หากในอนาคตมีเรื่องไหนที่
อิคิ ∙ 生き ทำได้ดีขึ้น
ก็จะนำมาแบ่งปันให้กับเพื่อน ๆ
กับเพื่อน ๆ ในลำดับถัดไปนะคะ

สำหรับวันนี้…
อิคิ ∙ 生き คงต้องขอลาไปก่อน
แล้วพบกันใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ



ชีวิต ∙ อิคิ ∙ 生き : ใช้ชีวิตแบบที่อยากมีชีวิต



เนื้อหาของบทความวันนี้…
มีบางส่วนที่ อิคิ ∙ 生き
ตกตะกอนจาก…
การฟังธรรมบรรยายจาก
คุณพศิน อินทรวงค์และการอ่าน
หนังสือ ‘ชีวิตที่ร่างเอง‘
ของพี่เอ๋ นิ้วกลม ค่ะ

••••••••••••••••••••••••••••••••••

🅻🅸🅵🅴

🅲🄾🆄🅽🆃🅳🄾🆆🅽

⎯⎯⎯⎯⎯⎯⎯⎯⎯⎯⎯⎯⎯⎯

𝟒𝟎𝟎𝟎-𝟐𝟐𝟒𝟎 = 𝟏𝟕𝟔𝟎 𝐖𝐞𝐞𝐤𝐬 𝐭𝐨 𝐠𝐨

⎯⎯⎯⎯⎯⎯⎯⎯⎯⎯⎯⎯⎯⎯ 

𝐈𝐧𝐯𝐞𝐧𝐭𝐞𝐝 𝐛𝐲 อิคิ ∙ 生き 𝐒𝐢𝐧𝐜𝐞 𝟐𝟔 𝐃𝐄𝐂 𝟐𝟎𝟐𝟐

𝐈𝐧𝐬𝐩𝐢𝐫𝐞𝐝 𝐛𝐲 𝟒𝟎𝟎𝟎 𝐖𝐞𝐞𝐤𝐬 – 𝐎𝐥𝐢𝐯𝐞𝐫 𝐁𝐮𝐫𝐤𝐞𝐦𝐚𝐧


Leave a comment