ในตอนที่ 1 อิคิ ∙ 生き ได้กล่าวถึง…
คำจำกัดความของจิตและเหตุผลที่จิต
เปรียบเสมือนระบบ Cloud แห่งชีวิต
ของเรากันไปแล้วนะคะ
สำหรับท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน
บทความตอนที่ 1 อิคิ ∙ 生き
ขอเชิญชวนให้อ่านบทความตอนที่ 1
ก่อนที่จะอ่านบทความนี้ค่ะ
•
อ่านบทความตอนที่ 1 กดที่นี่
•
สำหรับท่านใดที่ได้อ่านบทความตอนที่ 1 แล้ว
ก็จะทราบว่า…อดีตที่เราสั่งสมมาช้านาน คือ
เจ้านายตัวจริงที่ขับเคลื่อนชีวิตของเรา
อดีตที่ฝังแน่นในจิตของเราคือผู้สั่งการให้เรา
คิด พูด ทำบางสิ่ง ซ้ำ ๆ เดิม ๆ
ถ้าสิ่งที่เราสั่งสมมาเป็นสิ่งดี
ก็จะทำให้เราคิดพูดทำในสิ่งดี
•
แต่ทุกท่านสังเกตไหมคะ
เราทุกคนมีข้อเสีย มีนิสัยที่ต้องแก้ไข
ซึ่งติดตัวเรามาช้านาน
โดยที่เราก็ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้
จับต้นชนปลายไม่ถูก
•
แต่การหาที่มาที่ไปไม่ได้
ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีที่มาที่ไปนะคะ
นิสัยเหล่านี้…มีจุดเริ่มต้นมาจาก
จุดในจุดหนึ่งในอดีตของเราอย่างแน่นอน
•
ดังนั้นวันนี้ อิคิ ∙ 生き จึงขออาสา
นำพาทุกท่าน นั่ง Time Machine
ย้อนกลับไปยังอดีต เพื่อพิจารณาที่มาที่ไป
อันเป็นต้นตอแห่งนิสัย อารมณ์ ความรู้สึก
ที่ผุดขึ้นมาในใจของเรากันนะคะ
•
หากท่านไหนพร้อมแล้ว…
เรามากระโดดขึ้น Time Machine
แล้วย้อนกลับไปยังอดีตด้วยกันนะคะ
ถูกกระทบ แต่ไม่สะเทือน
ท่าน Osho กล่าวในหนังสือ
ตื่นรู้…กุญแจสู่ชีวิตสมดุล…ไว้ดังนี้ค่ะ…
เราจะขับเคลื่อนชีวิตของเรา
ได้อย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อ…
เราหยุดโทษคนอื่นและหันมา
เป็นผู้รับผิดชอบทุกอารมณ์
ทุกการกระทำของตัวเอง
อย่างไร้เงื่อนไข โดยศิโรราบ
•
ถ้าเราสามารถรับผิดชอบทุกอารมณ์
ทุกการกระทำของตัวเองได้
ในที่สุด…เราจะมีอิสระในการใช้ชีวิต
ไม่ว่าใครจะดีไม่ดี ไม่ว่าโลกจะสุขหรือทุกข์
เราก็จะอยู่กับตัวเราได้อย่างไม่สุขไม่ทุกข์
แม้ถูกกระทบ แต่ใจของเราก็จะไม่สะเทือน
•
เพราะกระทบ จึงเกิดกระทั่ง
เพราะกระทั่ง จึงเกิดการสั่นสะเทือน
เกิดปฏิกิริยาโต้ตอบกันกลับไปกลับมา
เกิดเป็นกรรมสัมพันธ์กันต่อไป
โดยที่เราและเขา ก็ควบคุมตัวเองกันไม่ได้
•
แต่ถ้าเรามีความปรารถนาที่จะ
ปลดปล่อยตัวเองออกจาก
ผลพวงแห่งอดีตที่เราสั่งสมมาช้านาน
•
ท่าน Osho แนะนำว่า…
เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึก เหงา เศร้า โกรธ
ก็ขอให้เราหลับตาลง
และกลับไปมองย้อนดูอารมณ์เหล่านั้น
จงปล่อยตัวเองให้มองกระแสธารแห่งอดีต
พาเราย้อนกลับไปยังเหตุการณ์
ต้นกำเนิดที่ทำให้อารมณ์เหล่านั้น
ผุดขึ้นในใจของเรา
•
เวลาที่เราพาตัวเองย้อนกลับไปมองอดีต
อิคิ ∙ 生き ชอบจิตนาการว่า…
เราคือโนบิตะ ผู้อ่อนแอ
เวลาที่เราโดนซูเนโอะ ไจแอนท์แกล้ง
เราก็มักวิ่งร้องไห้กระจองอแง
กลับบ้านมาฟ้องโดเรมอน…หุ่นยนต์ ผู้มีสติ
ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์วิเศษมากมาย • หลายครั้งที่เวลาที่โนบิตะร้องไห้ไปซบอกโดเรมอน
โดเรมอนจะพาโนบิตะขึ้น Time Machine
ย้อนเวลากลับไปมองและพิจารณาอดีต
อันเป็นต้นตอแห่งความทุกข์ทั้งปวง
ที่เกิดขึ้นในใจของโนบิตะในปัจจุบัน
•
ท่าน Osho เน้นย้ำว่า…
ในเวลาที่เรานำพาตัวเองกลับไปย้อนมองอดีต
ขอให้เราเพียงแค่มองในฐานะผู้ดูเท่านั้น
จงมองดูตัวเองในอดีต โดยไม่ตัดสิน
ไม่ต่อต้าน ไม่แก้ตัว ไม่ชื่นชม
แต่ให้มองอย่างเข้าใจ มองอย่างเมตตา กรุณา
มองด้วยสายตาของผู้ที่มีวุฒิภาวะแล้ว
•
หากเรามองอดีตของตัวเอง
ด้วยสายตาของคนที่มีวุฒิภาวะ
เราจะเริ่มยอมรับอดีตของเรา
โดยไม่ปฏิเสธ ไม่ต่อต้าน
หากเราทำเช่นนั้นได้ นั่นหมายความว่า…
เราได้ปลดปล่อยอดีตของเราแล้ว
เมื่อเราปลดปล่อยอดีตที่เรารู้สึกไม่ดีออกไปได้
เราก็จะหยุดโยนความรับผิดชอบ
หยุดโยนความผิดให้กับผู้อื่นได้เช่นกัน
เพราะเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง
ผลักไสความผิดออกจากตัวเราอีกต่อไป
•
ท่าน Osho กล่าวอีกว่า…
ถ้าเราเอาแต่โยนความรับผิดชอบ
โยนความผิดให้ผู้อื่น เราจะก้าวไปนอกตัวเรา
กระบวนการความคิดของเราก็จะผิดพลาด
แทนที่เราจะค้นหาต้นตอของปัญหานั้นจากภายใน
เรากลับไปมองหาจากผู้อื่น ซึ่งไม่ใช่คำตอบ
ไม่ใช่ทางออก ไม่ใช่สาเหตุที่จะทำให้เรา
หลุดพ้นจากอารมณ์ ความรู้สึกเหล่านั้นได้อย่างยั่งยืน
•
การโทษคนอื่นแทนที่
จะทำให้เราเข้าใกล้เหตุมากขึ้น
จะกลับกลายเป็นการที่ทำให้เรา
เดินออกห่างจากต้นตอ
ของเหตุแห่งทุกข์ไปทุกที ทุกที
รักษาแผลใจโดยไม่ทิ้งแผลเป็น
เมื่อใดก็ตามที่เราสัมผัสได้ถึง
อารมณ์ ความรู้สึกไม่ดี ที่ผุดขึ้นกลางใจ
ขอให้เราหลับตา มองย้อนกลับมาภายใน
โดยไม่สะกดกั้นอารมณ์ ความรู้สึกนั้น
จงปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านั้นปะทุ
และดำเนินต่อไปในใจเรา
เพื่อให้ตัวเราที่กำลังนั่งอยู่บน Time Machine
มองเห็นทุกแง่ทุกมุม ทุกเหตุการณ์
ว่าอะไรนำเรามาสู่จุดนี้
•
จงตระหนักเสมอว่า…อารมณ์เหล่านี้
จะต้องมาจากที่ไหนสักแห่งในอดีต
ไม่มีทางมาจากอนาคต และไม่ใช่เรื่องของปัจจุบัน
•
จงคำนึงไว้เสมอว่า…หากเราไม่มีอดีต
ไม่มีประสบการณ์ที่สัมพันธ์กัน จะไม่มีอะไร
ทำให้เราโกรธและรู้สึกไม่ดีในตอนนี้ได้
•
ยิ่งไปกว่านั้น บาดแผลแห่งอดีตของเรา
มักมีหลายบาดแผล เล็ก ใหญ่ผสมปนเปกันไป
แต่ก็ขอให้เราลงให้ลึก ค่อย ๆ ค้นหาไปทีละแผล
ยอมรับ เข้าใจ ไปทีละเหตุการณ์
ด้วยความตระหนักรู้ ด้วยความเข้าใจ
ด้วยสายของผู้มีวุฒิภาวะ
หากเราทำได้ บาดแผลเหล่านั้น
จะถูกรักษาไปทีละแผล…ทีละแผล
•
บาดแผลเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นมา
เพราะในตอนที่เหตุการณ์เกิด
เราไม่ตั้งตัวและไม่มีวุฒิภาวะมากพอ
เมื่อเหตุการณ์เกิด เราจึงซึมซับความรู้สึก
เจ็บปวดเหล่านั้นเข้าสู่กลางใจอย่างฝังแน่น
•
การโกรธ การเสียใจ การโมโห
ทุกอารมณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
มันจะซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจเรา
การมองเห็นอารมณ์เหล่านั้น
ด้วยความรู้ตัว ด้วยความเข้าใจ
จะทำให้รอยแผลเป็นที่ฝังร่องลึก
ในหัวใจของเราค่อย ๆ เลือนหายไป
•
ดังนั้นการที่เราย้อนกลับไปดูเหตุการณ์
ที่สร้างแผลเป็นในหัวใจด้วยสายตา
ของผู้ที่มีวุฒิภาวะ มองด้วยความเข้าใจ
มองด้วยความรู้ตัว จะทำให้เรา…
สามารถยอมรับและปลดปล่อยตัวเอง
ออกจากเหตุการณ์ในอดีตเหล่านั้น
และนี่คือวิธีเดียวที่จะรักษาแผลเป็นในใจ
ในแบบที่ไม่ทิ้งร่องรอยไว้ใน
หัวใจของเราอีกต่อไปนั่นเอง
โนบิตะคนใหม่
เมื่อเรากลับไปพิจารณาอดีต
สิ่งที่เราจะต้องระลึกไว้เสมอก็คือ….
แม้เราจะชื่อโนบิตะเช่นเดิม
แต่โนบิตะวันนี้กับโนบิตะวันนั้น
เป็นคนละคนแล้ว เพราะ…
โนบิตะวันนี้โตขึ้น เข้าใจโลกมากขึ้น
อ่อนโยนและมีเมตตามากขึ้น
•
สำหรับ อิคิ ∙ 生き สิ่งที่มักทำ
ในเวลาที่มีเรื่องบางเรื่องติดอยู่ในหัวใจ
เช่น บางเหตุการณ์ในอดีตที่เรารู้สึกว่า
เราทำพลาดไปหรือทำได้ไม่ดีพอ
ในเวลาที่มีความรู้สึกไม่ดีเหล่านั้นผุดขึ้น
อิคิ ∙ 生き จะนั่ง Time Machine
กลับไปมองเหตุการณ์นั้น
ในสายตาของตัวเองที่มีสติมากขึ้น
และจะจินตนาการดูว่า…
เราจะให้คำแนะนำ อิคิ ∙ 生き
คนที่อยู่ในอดีตอย่างไร…ถ้าเหตุการณ์เดิม
เกิดซ้ำในอนาคต เราจะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร
•
อิคิ ∙ 生き ยอมรับว่า…บางครั้ง
ตัวเองก็ติดอยู่กับเหตุการณ์เดิม ๆ อยู่หลายวัน
แต่เมื่อใดที่เราหาทางออกที่พึงพอใจ
ให้กับเหตุการณ์นั้นได้แล้ว อิคิ ∙ 生き ก็จะ
สามารถวางความรู้สึกผิดในใจนั้นลงได้
เพราะ…เราได้เรียนรู้เหตุการณ์นั้นแล้ว
และเชื่อว่าในอนาคตหากเกิดเหตุซ้ำเดิมขึ้นอีก
เราจะทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม
•
ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเกิด
ความเจ็บปวดขึ้นกลางใจ
ก็ขอให้เราจิตนาการว่า…
เราได้กระโดดขึ้น Time Machine
ย้อนกลับไปดูและพิจารณาเหตุการณ์เหล่านั้น
ในฐานะที่เราโตแล้ว เป็นผู้ใหญ่แล้ว
เราเพียงแค่มองดูเหตุการณ์เหล่านั้น
ด้วยสายตาของ คุณลุง คุณป้าใจดี
ที่กำลังมองเด็ก ๆ อยู่
•
จงปาดน้ำตา สูดหายใจฮึบ
และบอกตัวเองว่า…
ตัวเราในวันนี้โตขึ้นแล้ว
และเป็นคนละคนกับตัวเราในวันนั้นแล้ว
วันนี้เราเข้าใจแล้วว่า…
ทำไมเราจึงรู้สึกเช่นนั้นในอดีต
ทำไมในวันนั้นเราจึงรู้สึกเจ็บปวดหัวใจขนาดนั้น
แต่วันนี้เราโตแล้ว เราเข้าใจแล้ว
ถึงเวลานั่ง Time Machine สู่อนาคต
เมื่อเราเข้าใจอดีตแล้ว
ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องทำความเข้าใจเช่นกัน
นั่นก็คือ อนาคต นั่นเองค่ะ
•
อนาคตคืออะไร❓
แท้จริงแล้ว…อนาคตก็คืออดีต
และอดีตก็คืออนาคต
•
อดีตคือสิ่งที่จบไปแล้ว
แต่ถ้าหัวใจของเรายังมีตะกอนแห่งอดีตอยู่
อดีตเหล่านั้นจะมีอนุภาพ
สามารถจินตนาการถึงอนาคตได้
ดังนั้น…ชีวิตเราครึ่งหนึ่งจึงถูกขับเคลื่อนด้วยอดีต
ส่วนอีกครึ่งหนึ่งคือจิตนาการของอดีต
ที่ถูกปรับปรุง แต่งเติมเรื่องราวอีกเพียงเล็กน้อย
ซึ่งเราจะเรียกอดีตที่ถูกปรับปรุงว่า…
อนาคต…นั่นเองค่ะ
•
ถ้าเรามีรากฐานแห่งอดีตที่ดี
อดีตก็จะจินตนาการอนาคตในแง่มุมที่ดี
ในทางกลับกัน…หากเรามีความรู้สึก
เลวร้ายกับอดีต อดีตเหล่านั้นก็จะจินตนาการ
เรื่องไม่ดีในอนาคตเช่นกัน
•
ดังนั้นชีวิตของเรา…จึงไม่เคยมีช่องว่างให้เรา
ได้อยู่กับปัจจุบันที่แท้จริงเลย
ตัวเราและปัจจุบันจึงได้แต่อยู่นอกสนาม
เพราะอดีตและอนาคตเชื่อมโยงกันอย่างเหนียวแน่น
จึงไม่เหลือพื้นที่ให้กับปัจจุบันสักตารางเซนติเมตร
ดังนั้นการปลดปล่อยอดีตจึงเป็นการทำให้เรา
ได้มีพื้นที่แห่งปัจจุบันขณะนั่นเอง
•
ถ้าเราไม่จบกับอดีต
ข้อมูลจากอดีตในระบบ cloud
ก็จะใช้ชีวิตผ่านปัจจุบันของเรา
อดีตจะขับเคลื่อนชีวิตเราโดยที่เราไม่รู้ตัว
แล้วตัวเราที่แท้จริงก็จะเป็นได้เพียงแค่
ร่างทรงของอดีตเท่านั้น
•
และนี่คือเหตุผลที่เราควรต้องย้อนกลับไป
พิจารณาและปลดปล่อยอดีตของตัวเอง
อย่างสม่ำเสมอ เพราะการทำเช่นนี้
ไม่ได้เป็นแค่เพียงการลบข้อมูลไม่ดี
ออกจากระบบ cloud ของเราเท่านั้น
แต่ยังเป็นการสร้างพื้นฐานที่ดีให้กับ
ปัจจุบันของเราอีกด้วยค่ะ
เมื่อวานอดีตลงได้ ก็ไม่จำเป็นต้องคิดถึงอนาคต
การย้อนกลับไปเยียวยาอดีต
จะไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าเรายังปล่อยให้
เงาแห่งอดีตมาปกคลุมปัจจุบันอยู่ร่ำไป
เงาแห่งอดีตจะทำให้เราไม่ได้สัมผัส
ปัจจุบันที่สดใหม่เสียทีและปัจจุบัน
ก็จะกลายเป็นเพียงเธ้าถุลีแห่งอดีต
ที่เราต้องกลับไปตามล้าง ตามลบ
ตามไปเข้าใจ ไม่จบไม่สิ้น
•
แท้จริงแล้วธรรมชาติของปัจจุบัน
จะสดใหม่ด้วยตัวของมันเอง
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ปัจจุบันของเราถูกเจือปน
ด้วยการหวนคิดอดีต และ
กังวลไปกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
เมื่อนั้นจากปัจจุบันที่สดใหม่จะเหี่ยวเฉา
โดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป
•
และการที่จะได้สัมผัสปัจจุบันที่สดใหม่
เราต้องดำเนินชีวิตด้วยความตระหนักรู้
ไปทีละขณะ เราต้องตระหนักรู้…ที่จะไม่หวน
คิดถึงอดีตและไม่กังวลกับอนาคตนั่นเอง
•
ดังนั้น…ทุกครั้งที่เรารู้สึกเจ็บปวดหัวใจ
โมโห ซึมเศร้า ไม่มีพลัง หมดกำลังใจ
ขอให้เราจินตการว่า…เราคือโนบิตะ
ที่กำลังร้องไห้กระจองอแง
•
จากนั้นก็จินตนาการว่า…โดเรมอน
สติของเราได้ผุดขึ้นและเชิญชวน
ให้เรานั่ง Time Machine
กลับไปพิจารณาอดีตที่เป็นต้นตอ
แห่งความเจ็บช้ำด้วยสายตาของผู้มี
พุทธิปัญญาไปพร้อม ๆ กัน
•
และทุกครั้งที่โนบิตะสูดหายใจลึก
ปาดน้ำทิ้ง ปลดปล่อยอดีตเหล่านั้นได้แล้ว
โดเรมอนก็มักจะพาโนบิตะ
ขึ้น Time Machine ไปดูอนาคตที่ดีขึ้นเสมอ
•
แต่ในความเป็นจริง เมื่อเราวางอดีตลงได้แล้ว
เราก็ไม่จำเป็นต้องคิดถึงอนาคตเสมอไป
เพราะการลบอดีตที่เจ็บซ้ำนั้นหมายความว่า
เราได้ลบล้างอนาคตที่จะทำให้เราซ้ำชอกเช่นกัน
•
ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เราลบรอยบาดแผลแห่งอดีต
ออกจากใจของเราได้ เราก็แน่ใจได้เช่นกันว่า…
แม้เหตุการณ์รอบนอกอาจเกิดขึ้นซ้ำเดิม
แต่หัวใจของเราก็จะไม่ซึมซับความเจ็บปวด
เหล่านั้นเข้าสู่กลางใจอีกต่อไป
•
เมื่อลบบาดแผลเป็นจากอดีตได้
ที่เหลือที่เราควรทำก็คือ กลับมาใช้ชีวิต
ในปัจจุบันอย่างรู้เนื้อรู้ตัว
•
จงบอกโดเรมอนว่า…โดเรมอนตอนนี้
ฉันเข้าใจแล้วหล่ะว่า…ทำไมวันนั้น
ฉันจึงรู้สึกเจ็บปวดขนาดนั้น และวันนี้
ฉันก็ได้ปลดปล่อยความเจ็บซ้ำนั้นออกจากใจแล้ว
ถึงเวลานี้…นายไม่จำเป็นต้องพาฉันไปดูอนาคตหรอก
เพราะฉันรู้แล้วว่า…ฉันต้องทำแต่ละปัจจุบันให้ดี
ละเมียดกับแต่ละสิ่งที่จะสั่งสมเข้ามาในจิตใจ
เพราะปัจจุบันที่ดี จะกลายเป็นอดีตที่ดี
ซึ่งอดีตที่ดี ก็จะฉายแสงไปยังอนาคตที่สดใสให้กับฉัน
•
ดังนั้นในตอนต่อไป…เราจะมาเป็นโนบิตะ
ที่ใช้ชีวิตด้วยความตระหนักรู้
ในแต่ละก้าวเดินแห่งชีวิตกันนะคะ
•
สำหรับตอนนี้ อิคิ ∙ 生き คงต้องขอลาไปก่อน
แล้วพบกันใหม่กับบทความตอนที่ 3
กับเนื้อหาที่จะนำพาทุกท่านนั่ง Time Machine
ย้อนกลับมายังปัจจุบันและใช้ชีวิตในแต่ละก้าว
อย่างรู้เนื้อรู้ตัวกันนะคะ
•
สวัสดีค่ะ 🙇🏻☺️
ชีวิต ∙ อิคิ ∙ 生き : ใช้ชีวิตแบบที่อยากมีชีวิต
•
ที่มาและแรงบันดาลใจ :
หนังสือ “ตื่นรู้…กุญแจสู่ชีวิตสมดุล” – Osho
–
อ่านบทความตอนที่ 3 กดที่นี่


Leave a comment