อิคิ ∙ 生き เพิ่งอ่านหนังสือ…Joy at Work…จบ…และอยากเขียนบันทึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ค่ะ
อิคิ ∙ 生き คิดว่า…หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่เชื่อมโยงการจัดสิ่งของ จัดข้อมูล เข้ากับการจัดใจ จัดความรู้สึก
การจัดระเบียบสิ่งต่าง ๆ ภายนอกด้วยความละเมียดละไม จะเป็นการเชื่อมโยงเราไปสู่การจัดระเบียบภายในจิตใจไปในตัวค่ะ
3 คำถามหลักที่หนังสือแนะนำให้เราถามตัวเองก่อนเก็บหรือทิ้งสิ่งของหรือข้อมูลเกี่ยวกับการงานมีดังต่อไปนี้…
- สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์ในปัจจุบันนี้หรือไม่❓
- สิ่งเหล่านี้จะมีประโยชน์และส่งเสริมความก้าวหน้าด้านชีวิตและการงานในอนาคตหรือไม่❓
- หากคำตอบของทั้ง 2 ข้อข้างต้นคือ “ไม่” ก็ให้ถามตัวเองต่อว่า…สิ่งเหล่านี้จุดประกายความสุขของเราหรือไม่❓
หากสิ่งใด กิจกรรมใด ความสัมพันธ์ใด ความรู้สึกใด ไม่เป็นประโยชน์ทั้งปัจจุบันและอนาคต ไม่จุดประกายความสุข ก็ขอให้ขอบคุณและปล่อยสิ่งเหล่านั้นไป
การละทิ้งสิ่งต่าง ๆ ด้วยความรู้สึกขอบคุณนั้นสำคัญมาก…คุณมาริเอะ (ผู้เขียน) กล่าวไว้ดังนี้ค่ะ…
เมื่อเราปฏิบัติต่อสิ่งที่ไม่จุดประกายความสุขด้วยการไม่เห็นค่า เมื่อเราทิ้งมันในขณะที่โฟกัสไปยังการที่เราไม่ต้องการหรือไม่จำเป็นต้องมีมันโดยเรียกมันว่าขยะที่ไร้ประโยชน์ เรามักจะจบลงด้วยการซื้อของเหมือนเดิมและพบกับปัญหาเดิมๆ
ดังนั้น เมื่อคุณตัดสินใจว่าจะไม่เก็บของบางอย่างขอให้โฟกัสไปยังสิ่งดีๆ ที่มันนำมาให้คุณ และปล่อยมันไปด้วยความขอบคุณในความสัมพันธ์ที่เรามีกับมัน แล้วพลังงานที่ดีที่เราส่งให้ของสิ่งนั้นจะดึงดูดความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ที่มีความสุข
ชีวิตและการงานก็เช่นกัน…ถ้าจะเปลี่ยนงาน ก็ขอให้คิดเกี่ยวกับงานของเราในแง่บวกด้วยความขอบคุณ [อิคิ ∙ 生き : หาแง่งามของงานให้ได้เสมอ] รับรู้ว่าถึงแม้ว่า มันจะยากลำบาก มันก็สอนสิ่งต่าง ๆ ให้แก่เรา เช่น…ประสบการณ์นี้ที่ทำให้เราสามารถค้นพบรูปแบบการทำงานที่เหมาะสมกับเราที่สุด ทัศนคติเช่นนี้จะนำเราไปสู่งานที่เหมาะสม สำหรับก้าวต่อไปในชีวิตของเรา
จากคำกล่าวของคุณมาริเอะข้างต้น ทำใน อิคิ ∙ 生き เชื่อมโยงไปถึง…การจากลากับผู้คน การงาน สิ่งของ หากเราทำอย่างไม่ละเมียดละไม ความไม่ละเมียดละไมนี้ ก็มักจะทิ้งตะกอนแห่งความเจ็บซ้ำน้ำใจ ความรู้สึกไม่ดี ให้อยู่ในหัวใจของเรา ทำให้เบื้องลึกในจิตใจของเรายังมีตะกอนของสิ่งไม่ดีเหล่านั้นอยู่ และตะกอนเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่นำพาเราไปพบเจอกับเรื่องไม่ดีเดิม ๆ ความรู้สึกไม่ดีเดิม ๆ คนไม่ดีในแบบเดิม ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า
อิคิ ∙ 生き คิดว่า…มันก็เหมือนกับเวลาที่เราต้องบอกเลิกกับคนรักตัดขาดในความสัมพันธ์ ถ้าทางเดินชีวิตของเราสองไม่สามารถเดินร่วมทางกันได้แล้ว ก็จงขอบคุณช่วงเวลาดี ๆ ที่เคยมีให้กัน เข้าใจกันและกันว่าต่างคนก็ต่างต้องเดินไปข้างหน้า การทำเช่านี้จะทำให้เราแต่ละคน…เดินไปข้างหน้าได้ด้วยความมั่นคง มั่นใจ ต่างคนต่างเป็นแรงใจให้กัน หากวันใดวันนึงวนเวียนกลับมาพบเจอกัน ก็ยังมีความรู้สึกดี ๆ ที่มอบให้แก่กันเสมอ
หากเราจากลากันแบบสาปส่ง โกรธแค้นกัน แม้จะไม่ได้พบเจอกัน แต่ความรู้สึกแย่ ๆ เหล่านั้นกลับถูกกลบฝังเข้าสู่ส่วนลึกในจิตใจอย่างติดแน่นทนนาน แม้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่นึกถึงทีไรก็เจ็บซ้ำ เดินหน้าชีวิตต่อด้วยความรู้สึกติดค้าง เมื่อวันใดวันนึงวนเวียนกลับมาพบเจอกัน ความโกรธ ความเกลียด ความแค้น ก็จะถูกสะกิดให้กลับมารู้สึกพร่ำไป
การที่เราจากลากับสิ่งต่าง ๆ อย่างละเมียดละไม ด้วยความรู้สึกขอบคุณ เป็นการจากลาที่สวยงาม เป็นถอนรากถอนโคนความรู้สึกไม่ดีออกจากจิตใจ ซึ่งจะทำให้เราเดินหน้าต่อไปด้วยความรู้สึกดี อิ่มเอม เบิกบาน ไม่สั่งสมความรู้สึกแย่ไว้ในส่วนลึกของหัวใจหลงเหลือไว้แต่สิ่งดี ๆ ที่น่าจดจำ
ดังนั้น หากต้องจากลาสิ่งใด ไม่ว่าจะเป็น สิ่งของ การงาน ความสัมพันธ์ กิจกรรม ก็ขอให้จากลาด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างละเมียดละไมนะคะ
ทำอย่างไรหากต้องทำ…สิ่งที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่จุดประกาย
นอกจากการจากลาด้วยความรู้สึกขอบคุณ คุณมาริเอะก็ได้ให้คำแนะนำที่ดีมาก ๆ สำหรับการทำสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่จุดประกาย ซึ่งในความเป็นจริงเราไม่สามารถที่จะปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ออกจากชีวิตและการงานของเราได้ บ่อยครั้งที่เราต้องจำใจทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แต่ไม่จุดประกาย
ซึ่งคุณมาริเอะกล่าวในประเด็นนี้ไว้ดังนี้ค่ะ…
งานของเราประกอบไปด้วยประสบการณ์ที่เราสั่งสมมา เราเติบโตขึ้นจากการทำงาน ไม่มีอะไรที่จะน่าตื่นเต้นตั้งแต่เริ่มแรก แม้ว่าบางสิ่งบางอย่างจะไม่เป็นไปด้วยดีหรือไม่รู้สึกว่าใช่ในตอนนี้ หากมันกำลังนำเราไปสู่อนาคตที่จุดประกายความสุข ก็ขอให้คิดว่ามันเป็นความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเติบโต
หากชีวิตการทำงานของคุณไม่ได้จุดประกายความสุขตลอดเวลา จงอย่าคิดว่าคุณล้มเหลว ขอให้รับรู้ถึงศักยภาพของช่วงเวลานี้ที่พาคุณให้เข้าใกล้ชีวิตการทำงานในอุดมคติของคุณ ขอให้สนุกกับกระบวนการนี้และเฉลิมฉลองความจริงที่ว่าเรากำลังเติบโตขึ้น จงมั่นใจว่าในเวลานี้เรากำลังสร้างชีวิตการทำงาน ที่มีความสุขผ่านกระบวนการที่ได้มาซึ่งประสบการณ์ในแต่ละวัน
จากข้อความข้างต้น อิคิ ∙ 生き คิดว่า…คุณมาริเอะกำลังจะพยายามสื่อสารว่า…อย่าสร้างความรู้สึกจำใจทำในสิ่งที่ปฏิเสธที่จะไม่ทำไม่ได้ แทนที่จะทำเช่นนั้นขอให้เราหาแง่งามของสิ่งเหล่านั้นให้พบ พยายามบ่มเพาะความรู้สึกดีในใจเราให้ค่อย ๆ เติบโตขึ้นไปพร้อม ๆ กับศักยภาพที่เติบโตของเรา
คุณมาริเอะยังกล่าวอีกว่า…ใครๆ ก็สามารถทำให้งานของตนเองจุดประกายความสุขได้…ถ้าเราพยายามมองหาสิ่งที่จุดประกายความสุขในงาน และตัวอย่างของคุณแม่ที่คุณมาริเอะกล่าวถึงนั้นน่าประทับใจมาก ๆ ค่ะ…
ตอนคุณมาริเอะ 5 ขวบ คุณมาริเอะเคยถามคุณแม่ของเธอว่า…
“ทำไมแม่ถึงดูมีความสุขมากเวลาทำงานบ้าน”
คุณแม่ของเธอพูดพร้อมยิ้มว่า…”งานบ้านเป็นงานที่สำคัญมาก เป็นเพราะว่าแม่ทำอาหารและทำความสะอาดบ้าน พ่อของลูกถึงสามารถทำงานหนัก และลูกก็สามารถไปโรงเรียนและมีสุขภาพดีได้ ลูกไม่คิดว่านั่นเป็นงานที่มีคุณค่าต่อสังคมเหรอ นั่นเป็นเหตุผลที่แม่ชอบงานของแม่มาก”
สิ่งที่หนังสือเล่มนี้ให้ความสำคัญมากคือ…การมุ่งเน้นไปยังสิ่งที่มีแทนที่จะมุ่งไปยังสิ่งที่ไม่ชอบใจและขาดแคลน ดั่งคำครูบาอาจารย์ที่ว่า…“จงพอใจในสิ่งที่มี ยินดีในสิ่งที่ได้”
ทุกเรื่องในโลกใบนี้มีทั้งแง่งามและสิ่งที่ไม่ถูกใจเราทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าเราจะมุ่งเน้นไปยังมิติไหน การมุ่งเน้นไปยังสิ่งที่จุดประกายความสุขจะทำให้เราอยู่กับสิ่งที่ไม่จุดประกายความสุขได้อย่างยินดี สงบ และเบิกบานได้มากกว่า
ดังนั้นหากต้องทำสิ่งใดหรือแม้กระทั่งต้องละทิ้งสิ่งใด ก็จงหาแง่งามในสิ่งเหล่านี้ให้พบ เพราะนี่คือกระบวนการทิ้งวัชพืชและสะสมดอกไม้ในหัวจิตหัวใจเรานั่นเองค่ะ
อิคิ ∙ 生き มีหนึ่งคำแนะนำที่ดีมาก ๆ ของคุณมาริเอะเกี่ยวกับการหาแง่งามในการทำงาน ณ สิ้นวัน มาแบ่งปันด้วยค่ะ คุณมาริเอะกล่าวว่า…
เมื่อหมดวันแต่ละวัน ขอให้พยายามโฟกัสและเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำสำเร็จ แทนที่จะกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่เราไม่สามารถทำสำเร็จ บางทีเราอาจจะนึกถึง 1 อย่างที่เราทำ แล้วส่งผลดีต่อใครบางคนก็ได้ ☺️
วิธีหาแง่งาม เก็บเกี่ยวความสำเร็จในงานอย่างสม่ำเสมอ ในแบบของ อิคิ ∙ 生き
ก่อนหน้านี้…ในวันทำงานส่วนใหญ่ แต่ละวันเวลาเสร็จงาน อิคิ ∙ 生き จะรู้สึกกังวลใจ เพราะเราได้แต่มุ่งเน้นไปยังสิ่งที่ทำไม่เสร็จค่ะ ในใจมักคิดว่า…ไอ้นู่นก็ทำได้น้อยกว่าที่ตั้งใจไว้ ไอ้นี่ก็ยังไม่ได้ทำ แล้วก็ยังเหลืองานอีกเป็นหางว่าวเลย
สิ่งเหล่านี้คือ…ตะกอนความรู้สึกที่ไม่จุดประกายที่หลงเหลือในจิตใจของ อิคิ ∙ 生き ในแต่ละวัน ผลก็คือ อิคิ ∙ 生き จะมีความกังวลใจเรื่องงานตลอดเวลา เวลาใครชวนไปไหนก็หงุดหงิดไม่อยากไป มีแต่ความกังวลใจ
จนเมื่อไม่นานมานี้เป็นเวลา 2 เดือนเห็นจะได้ค่ะ…อิคิ ∙ 生き ได้ออกแบบบันทึกความคืบหน้าของงานในแต่ละวันใหม่ โดย อิคิ ∙ 生き จะมุ่งเน้นไปยังงานทำเสร็จในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือน โดยวิธีมีดังนี้ค่ะ…
ปกติ ณ สิ้นวันก่อนหน้า หรือ ตอนเริ่มต้นวัน อิคิ ∙ 生き จะกำหนดอยู่แล้วค่ะว่า…วันนี้เราจะทำอะไร จะทำงานไหนบ้าง
ซึ่งก่อนหน้านี้ อิคิ ∙ 生き หากงานไหนทำไม่เสร็จ อิคิ ∙ 生き จะบันทึกความคืบหน้าของงานด้วยการบันทึกเหตุผลที่ทำไม่เสร็จ และ เลื่อนกำหนดการไปยังวันต่อ ๆ ไป วิธีนี้ทำให้ อิคิ ∙ 生き สัมผัสถึงความไม่สำเร็จของงานในแต่ละวันมากกว่าความสำเร็จค่ะ และการเลื่อนกำหนดการออกไปก็ทำให้รู้สึกไม่ดีในทุก ๆ ครั้ง
แต่ปัจจุบัน แทนที่ อิคิ ∙ 生き จะทำเช่นนั้น อิคิ ∙ 生き ได้เพิ่มหัวข้อ 6 หัวข้อในบันทึกความคืบหน้าของงานดังต่อไปนี้…
งานที่ตั้งใจจะทำ
- Today Tasks
- Weekly Tasks
- Monthly Tasks
งานที่ทำเสร็จจริง ๆ
- Today Achievement
- Weekly Achievement
- Monthly Achievement
สิ่งที่ อิคิ ∙ 生き ทำในทุก ๆ ต้นวัน ต้นสัปดาห์ ต้นเดือน อิคิ ∙ 生き จะกำหนดงานที่จะทำในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือนไว้ค่ะ
จากนั้นระหว่างการทำงานในแต่ละวัน เมื่อ อิคิ ∙ 生き ทำงานไหนเสร็จ อิคิ ∙ 生き จะทำเครื่องหมาย ✅ ที่หัวข้องานนั้นและย้ายงานจากหมวด Today Tasks มาอยู่ที่หมวด Today Achievement
และ ณ สิ้นวัน อิคิ ∙ 生き จะมาเฉลิมฉลองความสำเร็จของวันด้วยการย้ายงานจากงานที่อยู่ในหัวข้อ Today Achievement ไปอยู่ในหมวด Weekly Achievement
และ ณ สิ้นสัปดาห์ อิคิ ∙ 生き จะมาเฉลิมฉลองความสำเร็จของสัปดาห์ด้วยการย้ายงานจาก Weekly Achievement ไปอยู่ในหมวด Monthly Achievement
การทำเช่นนี้ทำให้ อิคิ ∙ 生き รับรู้ได้ตลอดเวลาว่าความสำเร็จของงานได้เพิ่มพูนไปอย่างไรในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือนค่ะ
เมื่อถึงสิ้นเดือน งานที่กำหนดว่าจะทำก็ค่อย ๆ ลดลง งานที่ทำสำเร็จก็พอกพูนมากขึ้น ตามตัวอย่างในภาพด้านล่างค่ะ
สำหรับ อิคิ ∙ 生き หนทางนี้เป็นหนทางที่จุดประกายความสุขมาก ๆ การที่เราได้มาพิจารณางานที่ทำเสร็จเป็นประจำทำให้ อิคิ ∙ 生き สามารถมุ่งเน้นไปยังความรู้สึกว่า…เราทำงานสำเร็จแทนที่จะแช่ความรู้สึกอยู่กับงานที่ไม่เสร็จค่ะ สิ่งนี้ทำให้ อิคิ ∙ 生き รู้สึกว่าตัวเองมีความกังวลลดลง มีความเบาสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น เพื่อน ๆ ท่านไหนเห็นว่าวิธีข้างต้นเป็นประโยชน์ ก็สามารถนำไปทดลองทำได้นะคะ ☺️

ส่งต่อหนังสือด้วยความรู้สึกขอบคุณ
วันนี้ อิคิ ∙ 生き ได้อ่านหนังสือ Joy at Work จบครบถ้วนกระบวนการแล้วค่ะ และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะส่งต่อหนังสือเล่มนี้ให้กับคุณนำโชค เจ้าของหนังสือคนต่อไป นี่จึงเป็นเหตุให้ อิคิ ∙ 生き เขียนสรุปข้างต้น เพื่อเป็นการเก็บเกี่ยวความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อหนังสือเล่มนี้ อีกทั้งยังเป็นการขอบคุณ…คุณมาริเอะ คุณสกอตต์ ผู้เขียนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ให้ อิคิ ∙ 生き ได้อ่านและได้จุดประกายความสุขให้กับ อิคิ ∙ 生き ระหว่างการอ่านมาก ๆ ค่ะ
สำหรับวันนี้ อิคิ ∙ 生き ก็คงต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับบทความตอนต่อ ๆ ไปกันนะคะ
สวัสดีค่ะ ☺️
𝑺tory 𝒃y : ชีวิต ∙ อิคิ ∙ 生き : ใช้ชีวิตแบบที่อยากมีชีวิต
ที่มาและแรงบันดาลใจ : หนังสือ “Joy at Work” เขียนโดย Marie Kondo และ Scott Sonenshein


Leave a comment