7 สิงหาคม 2020
・・・
เช้านี้ก่อนตื่นนอนภาพที่ผุดขึ้นมาในภวังค์คือบรรยากาศในห้องชันสูตรศพที่ อิคิ ∙ 生き ได้มีโอกาสไปดูงานเมื่อ 30 เดือนที่แล้ว ประสบการณ์อันแสนพิเศษครั้งนั้นยังชัดเจนอยู่ในความทรงจำเสมอมา
・・・
ครั้นนึกถึงตอนที่ได้รับการเชิญชวนจากพี่สาวผู้เป็นกัลยาณมิตรแห่งชีวิตว่า… “ไปดูการชันสูตรไหม” ความคิดแรกในมโนสำนึกของ อิคิ ∙ 生き คือ เราไม่ไปอย่างแน่นอน เพราะ อิคิ ∙ 生き นั้นเป็นคนกลัวผีและกลัวความมืดเป็นชีวิตจิตใจ กลัวขนาดไหนเอาเป็นว่าตลอดชีวิตของ อิคิ ∙ 生き ถ้าคืนไหนต้องนอนคนเดียว จะไม่เคยปิดไฟนอนเลย แต่ประสบการณ์ในวันนั้นถือเป็นอีกหนึ่งวันที่มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่
・・・
หลังจาก อิคิ ∙ 生き ลั่นวาจาไปว่าจะไม่ไปดูการชันสูตรอย่างแน่นอน แม้ปากจะจบประโยคไปแล้ว แต่สมองกลับไม่หยุดคิดเรื่องนี้ เพราะมีอีกเสียงในใจที่บอกว่า โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย ๆ นะ อีกอย่างนี่อาจเป็นโอกาสทำให้เราได้พิจารณาใจ พิจารณาความกลัวที่มีมาทั้งชีวิตก็ได้ ที่สำคัญโอกาสครั้งนี้อาจเป็นแสงสว่างนำทางชีวิตที่เหลือก็เป็นได้
・・・
ตั้งแต่เกิดมา อิคิ ∙ 生き อาจเคยพบเห็นอุบัติเหตุบนท้องถนนบ้าง แต่เมื่อพูดถึงคำว่า “คนตาย” นอกจากคุณปู่แล้วก็ไม่เคยเห็นชัด ๆ เลยสักครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น อิคิ ∙ 生き ก็เป็นคนแพ้เลือดอีกด้วย มีอยู่ครั้ง อิคิ ∙ 生き ไปยืนต่อแถวริมถนนวิทยุเพื่อทำ Visa ที่สถานทูตอเมริกา ขณะนั้นเป็นเวลา 6:30 โดยประมาณ ซึ่งรถบนท้องถนนยังว่างอยู่ เราเห็นเด็กสาวคนหนึ่งกำลังวิ่งข้ามถนนจากฝั่งตรงข้าม จากนั้นเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
・・・
มีรถ Benz ขับมาด้วยความเร็ว ชนน้องผู้หญิงท่านนี้เข้าอย่างจัง ร่างของสาวน้อยลอยขึ้นสูงและหล่นลงกระแทกพื้นอย่างแรง เจ้าของร่างหมดสติในทันที จากนั้นไม่นานรถกะบะที่ขับผ่านมา ก็ช่วยเหลือพาผู้ประสบเหตุไปโรงพยาบาล แม้จะไม่มีเลือดเลยซักหยด แต่ขณะนั้น อิคิ ∙ 生き ได้แต่ยืนขาสั่น มวนท้อง เหงื่อออก คลื่นไส้ ยืนไม่ไหว จนต้องลงไปนั่งคุดคู้ทันที
・・・
ด้วยอาการกลัวเลือดทำให้ อิคิ ∙ 生き จินตนาการไปไกลว่าเราจะไหวไหม แต่ในที่สุดก็เอาชนะใจตัวเองได้สำเร็จ บอกตัวเองว่าเอาก็เอาวะ จะไปหาโอกาสนี้ได้จากที่ไหน จึงขออนุญาติผู้ชักชวนว่า อิคิ ∙ 生き ขอไปดูงานครั้งนี้ด้วย
・・・
ก่อนถึงวันนัดด้วยความอนุเคราะห์ของผู้ชักชวน อิคิ ∙ 生き ก็ได้รับคลิปวิดีโอซึ่งผู้ชักชวนบอกว่าให้ดูไว้ก่อนจะได้เตรียมใจว่าวันจริงเราจะได้ไปเห็นอะไรบ้าง ซึ่งถือว่าเป็นการเตรียมตัวที่ดีมาก ๆ เพราะหากให้ อิคิ ∙ 生き เป็นเจอสด ๆ ในวันจริงเลย อิคิ ∙ 生き อาจต้องขอเผ่นกลับบ้านก่อนเป็นแน่
・・・
โดยขั้นตอนจะไม่สามารถกำหนดวันล่วงหน้าได้ เพราะต้องรอให้มีศพที่ต้องทำการชันสูตรเสียก่อน โดยปกติศพทุกศพจะไม่ได้ถูกชันสูตร หนึ่งในเหตุที่ต้องทำการชันสูตรคือ การตายที่ไม่ทราบสาเหตุหรือมีเหตุให้ต้องชันสูตรเพื่อการศึกษา เป็นต้น ดังนั้นเมื่อตกลงปลงใจแล้ว อิคิ ∙ 生き จึงได้รับแจ้งว่า อย่างไรให้เตรียมตัวไว้นะ เพราะกำหนดการอาจกระชั้นมาก ๆ เช่น แจ้งเย็นวันนี้พรุ่งนี้เช้าต้องไปเลย และแล้ววันนั้นก็มาถึง
・・・
ในวันจริง อิคิ ∙ 生き ไปถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อถึงห้องชันสูตรที่มีแต่กลิ่นคาวเลือดและฟอร์มาลิน มีร่าง 1 ร่างนอนแน่นิ่งไร้วิญญาณอยู่ริมกำแพงเพื่อรอการชันสูตร ก่อนการชันสูตรร่างนั้น อิคิ ∙ 生き มีโอกาสได้ดูการพิสูจน์สมองทารกอายุ 29 สัปดาห์ ผู้ซึ่งมีเหตุให้ต้องออกจากครรภ์มารดาก่อนกำหนด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
・・・
ส่วนอีกเคสที่ได้ชมคือการพิสูจน์สมองของชายผู้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อ 2-3 วันก่อน สมองของชายท่านนี้เสียหายมาก จุดเชื่อมสมองทั้ง 2 ฝั่งน่าจะขาดออกจากกันอันเนื่องมาจากการปะทะอย่างรุนแรงตอนเกิดอุบัติเหตุ ระหว่างการพิสูจน์ก็จะมีอาจารย์แพทย์มาสั่งการและให้ความรู้แพทย์ประจำบ้าน (ไม่แน่ใจว่าเรียกถูกไหม) หลังจากวิเคราะห์ดูสภาพสมองโดยรวมแล้ว แพทย์ประจำบ้าน ก็ทำการ Slide สมองเพื่อทำการวิเคราะห์ทางการแพทย์ในลำดับต่อไป
・・・
เมื่อใกล้เวลาชันสูตร ภายในใจของ อิคิ ∙ 生き ก็ปรากฎทั้งความกลัว ความตื่นเต้น คิดตัดสินใจว่าจะยืนจุดไหนดี จะอยู่จุดที่เห็นชัดหรือจุดที่มีอะไรพอจะมาบังภาพหวาดเสียวได้บ้าง เนื่องจากมีนักเรียนแพทย์เข้ามาศึกษาด้วย เพราะฉะนั้นการชันสูตรเริ่มต้นด้วยการบรรยาย การพิสูจน์เวลาการเสียชีวิต ด้วยการขยับร่างไร้วิญญาณไปมาของผู้เสียชีวิต
・・・
ผู้เสียชีวิตเป็นเพศหญิง วัยกลางคน ผิว 2 สี มีแผลเป็นที่หน้าท้อง เสียชีวิตเมื่อวันก่อนชันสูตร ซึ่งช่วงเช้าเธอยังรู้สึกสบายดีและทำกิจวัตรตามปกติ ช่วงสายรู้สึกไม่สบายจึงไปหาหมอ จากนั้นกลับมาพักผ่อน เมื่อสามีกลับห้องมาตอนบ่าย 2 โมง ห้องล๊อกไม่สามารถเปิดได้ จึงพบว่าเธอได้เสียชีวิตแล้ว
・・・
เมื่อจบการบรรยาย ร่างถูกย้ายขึ้นเตียงสำหรับการชันสูตร (ในความคิดของ อิคิ ∙ 生き เตียงนั้นเหมือนเขียงขนาดใหญ่เสียมากกว่า) ขยะย้ายจึงได้ทราบว่าเธอนอนแช่น้ำเหลืองของตนเองตลอดเวลาที่นอนรอการชันสูตรอยู่
・・・
การชันสูตรเริ่มต้นด้วยการกรีดหนังศรีษะ ผ่ากะโหลกด้วยมีดกลม ๆ ที่เป็นไฟฟ้าแบบเครื่องมือช่าง จังหวะนั้นเสียงดังมาก ๆ เสมือนกับช่างกำลังลงมือตัดเหล็กอยู่ จากนั้นทีมชันสูตรจึงนำสมองออก นำกระดาษที่ถูกทำเป็นลูกกลม ๆ บรรจุในกระโหลกแทนเนื้อสมองจริง นำฝากระโหลกเก็บเข้าที่ จากนั้นปิดหนังศรีษะและเย็บกลับที่เดิม
・・・
ในขณะเดียวกันก็มีเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งทำการกรีดหน้าท้อง และนำคีมขนาดใหญ่ค่อย ๆ ตัดซีกโครงออกที่ละซีกทีละซีก ดัง แกร็บ แกร็บ แกร็บ เมื่อนำซีกโครงออกจากร่างสิ่งที่เห็นคืออวัยวะภายในทั้งหมด ตอนนั้นในใจ อิคิ ∙ 生き คิดว่าอ้อภายในตัวเราก็เป็นแบบนี้นี่เอง เหมือนภาพที่เราเคยเห็นในหนังสือเลย จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็นำอวัยวะต่าง ๆ ออกมาพิสูจน์ ชั่งน้ำหนัก ถ่ายภาพ จดบันทึกข้อมูล
・・・
สิ่งที่ อิคิ ∙ 生き ได้จากประสบการณ์ในครั้งนี้
- ชีวิตนี้สั้นนัก แม้กระทั่งทารกอายุ 29 สัปดาห์ ก็จากไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก
- ชีวิตจากไปได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่ถูกนำร่างมาชันสูตร หรือจะเป็นชายเจ้าของสมอง ก็จากไปอย่างไม่คาดคิด ไม่รู้ตัว ไม่มีการวางแผนมาก่อน
- ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน เมื่อตายแล้ว กายที่อยู่ก็แค่สสารไร้วิญญาณ เหมือนคอมพิวเตอร์ที่มีแต่ Hardware ไร้ซึ่ง Software ในการขับเคลื่อน
・・・
อิคิ ∙ 生き ได้เรียนรู้ว่าคนทุกคนคือมนุษย์เหมือนกันหมด การได้เห็นร่างไร้วิญญาณถูกถลกหนังหัวลงมา ทำให้ อิคิ ∙ 生き ได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมเลยว่า ไม่ว่าใครจะหน้าตาสวยหล่ออย่างไร ด้านในเราเหมือนกันทั้งหมด เมื่อออกมาจากห้องชันสูตรสิ่งที่รับรู้เข้าไปในมโนสำนึกคือ วันนึงเราก็จะเป็นแบบนี้ คนรอบข้างที่เราทั้งรักและเกลียดก็จะเป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้นขอให้ดีต่อกันไว้ การที่เรามองว่าใครแตกต่างจากใครเป็นเรื่องของจิตใจ
・・・
ใจเป็นเรื่องใหญ่ คุณภาพของจิตใจเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องพยายามรักษา ตอนมีชีวิตอยู่ ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าด้วยความรัก ความเมตตาในแต่ละลมหายใจ สร้างคุณค่าให้กับจิตใจ โดยการพยายามทำในสิ่งที่มีความหมายต่อตนเอง คนรอบข้าง และสังคม เพื่อเติมเต็มการมีอยู่ของเรา
・・・
และเมื่อเวลานั้นมาถึง หวังว่าเราจะพร้อมสำหรับการจากโลกนี้ไปโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวตายควรเริ่ม ณ บัดนี้ เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าเราจะต้องจากไปเมื่อไหร่ เวลาไหน……
・・・
ของแถมที่ได้ ซึ่งทำให้ชีวิต อิคิ ∙ 生き สบายขึ้นมาก นั่นคือ หลังจากวันนั้น อิคิ ∙ 生き สามารถควบคุมอาการกลัวความมืดและกลัวผีของตัวเองได้ อิคิ ∙ 生き สามารถอยู่คนเดียวในที่มืดได้ นอนปิดไฟได้ ไปออกกำลังกายในที่สลัว ๆ ตอนเช้าได้
・・・
ที่สำคัญ อิคิ ∙ 生き ได้ทำความรู้จักหน้าตาของอาการกลัวความมืดที่เกิดขึ้นในใจ รู้ว่าอาการทั้งหมดทั้งมวลเกิดจากการปรุงแต่งของจิตเราเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่อาการเดิมกำเริบ อิคิ ∙ 生き ก็สามารถบอกตัวเองได้ว่า นี่เรากำลังปรุงอยู่นะ และจิต อิคิ ∙ 生き ที่กำลังจินตนาการไปไกลถึงภูติ ผี ปีศาจ ก็สงบลงในระยะเวลาอันสั้น เฮ้อ!!! ชีวิตสงบขึ้นอีกมากจริง ๆ ![]()
・・・
สุดท้ายนี้ อิคิ ∙ 生き ขอบขอคุณผู้ชักชวนที่ทำให้ อิคิ ∙ 生き ได้มีโอกาสไปเรียนรู้กายใจของตนเอง ด้วยการไปศึกษาดูงานจุดจบของชีวิตในครั้งนี้นะคะ
・・・
วันนี้ขอลาไปก่อนนะ แล้วพบกันใหม่ในบทความต่อ ๆ ไปค่าา
・・・
Story by ชีวิต ∙ อิคิ ∙ 生き : ใช้ชีวิตแบบที่อยากมีชีวิต
Photo by Mathew Schwartz on Unsplash
・・・
หมายเหตุ : บทความนี้ อิคิ ∙ 生き เขียนจากความทรงจำและความเข้าใจในระดับบุคคลธรรมดาตามภาพที่ได้เห็น ซึ่ง อิคิ ∙ 生き ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ หากมีส่วนไหนที่สื่อสารไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ


Leave a comment